โป๊กเกอร์เป็นเกมไพ่ที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ในสหรัฐอเมริกา โป๊กเกอร์ไม่ได้เป็นเพียงเกมการพนัน แต่ยังถือเป็นกีฬาทางปัญญาและมีระบบการแข่งขันแบบมืออาชีพ ก่อนหน้านี้ โป๊กเกอร์เป็นที่นิยมในประเทศตะวันตกเท่านั้น จากนั้นกีฬาชนิดนี้ค่อย ๆ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกและกลายเป็นเกมไพ่ที่หลายคนชื่นชอบ

ในไทยก่อนหน้านี้ โป๊กเกอร์เป็นที่รู้จักในชุมชนของนักเรียนต่างชาติและชาวไทยในต่างประเทศเท่านั้น แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกมนี้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและเป็นที่ชื่นชอบของชาวไทยจำนวนมากในประเทศ

โป๊กเกอร์ไม่ได้เป็นเพียงงานอดิเรกเท่านั้นแต่ยังเป็นอาชีพหาเงิน และบนโลกก็ได้บันทึกเศรษฐีหลายคนที่เป็นผู้เล่นโป๊กเกอร์มืออาชีพอีกด้วย ด้วยความคิดวิเคราะห์เพียงเล็กน้อยคุณสามารถทำเงินกับการเล่นโป๊กเกอร์ได้อย่างมั่นใจ

บทความต่อไปนี้มีไว้สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้วิธีเล่นโป๊กเกอร์ กฎของโป๊กเกอร์นั้นยาวมาก ดังนั้นในบทความนี้เราเพียงแค่สรุปวิธีพื้นฐานและง่ายที่สุดเท่านั้น เพื่อที่คุณจะได้ทำความคุ้นเคยกับวิธีเล่นโป๊กเกอร์ได้อย่างรวดเร็ว

แนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับโป๊กเกอร์

โป๊กเกอร์เล่นด้วยสำรับไพ่ 52 ใบ ในระหว่างตา มีไพ่ส่วนตัวแจกให้ผู้เล่นแต่ละคนและไพ่กองกลางจะถูกเปิดหงายบนโต๊ะ ผู้เล่นแข่งขันทางปัญญากันผ่านรอบการเดิมพัน

ผู้ชนะคือผู้เล่นที่มีการเรียงไพ่ที่แข็งแกร่งที่สุด (จากไพ่ส่วนตัวและกองกลาง) เมื่อทุกคนหงายไพ่ในรอบสุดท้าย หรือผู้ที่เกเงินคนสุดท้ายแต่ไม่มีใครลงเงินตาม คุณสามารถจินตนาการได้อย่างง่ายดายผ่านภาพประกอบด้านล่าง

โต๊ะเล่นโป๊กเกอร์ที่เจ้ามือรับแทง W88

  • 1.ไพ่ของคู่ต่อสู้เอง
  • 2.ไพ่กองกลาง
  • 3.ไพ่ส่วนตัวของคุณ

วิธีเล่นโปกเกอร์

ที่จริงแล้วโป๊กเกอร์มีหลากหลายประเภท ในแต่ละประเทศ แต่ละท้องที่ ก็มีวิธีการเล่นที่แตกต่างกันออกไป แต่ Texas Hold’em เป็นเกมโป๊กเกอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ดังนั้นหากคุณพูดถึงคำว่า โปกเกอร์ เฉย ๆ ทุกคนก็จะเข้าใจเป็นเกม Texas Hold’em โดยปริยาย ในส่วนต่อไปนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีเล่นโปกเกอร์ตามประเภทนี้นะ

1. กฎทั่วไป:

  • โต๊ะเล่นโป๊กเกอร์มีผู้เล่น 2-10 คน สำหรับโป๊กเกอร์ออนไลน์โต๊ะเล่นมักจะมีผู้เล่น 9 คน 6 คน หรือ 2 คน
  • บนโต๊ะโป๊กเกอร์ จะมีสัญลักษณ์กลมอยู่รอบๆ ตัวอักษร D (Dealer) เสมอ เพื่อช่วยระบุตำแหน่งของผู้เล่นบนโต๊ะโป๊กเกอร์ หลังจากแต่ละตา ตำแหน่ง Dealer จะหมุนตามเข็มนาฬิกา
  • ผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับไพ่ 2 ใบ (ไพ่โฮล) จะมีไพ่ชุมชน 5 ใบเปิดหงายขึ้นตรงกลางโต๊ะ เกมโป๊กเกอร์เต็มประกอบด้วย 4 รอบการเดิมพัน ในท้ายที่สุดผู้เล่นที่มีชุดไพ่ที่ใหญ่ที่สุด (รวมจากไพ่โฮลและไพ่กองกลางบนโต๊ะ) จะเป็นผู้ชนะ แต่เกมยังสามารถจบเร็วขึ้น เมื่อมีคนเกและคนอื่น ๆ ทิ้งไพ่แล้วไม่วางเดิมพันตาม ผู้ที่เกจะเป็นผู้ชนะ
  • หลังจากแต่ละรอบการเดิมพัน เงินเดิมพันทั้งหมดจะถูกรวมไว้ในที่เดียว เรียกว่า POT รอบการเดิมพันจะสิ้นสุดลงเมื่อเงินเดิมพันของทุกคนเท่ากันและไม่มีใครเพิ่มเงินเดิมพัน
  • ผู้ชนะจะได้เงินเดิมพันทั้งหมด (pot) ในกรณีที่คุณเดิมพันเงินทั้งหมดก่อนทุกคน (All-in) คุณสามารถได้จำนวนเงินใน pot  ณ เวลาเกเงินหมดหน้าตักเท่านั้น

2. ตัวเลือกของผู้เล่นในแต่ละรอบการเดิมพัน

  • การทิ้งไพ่ (Fold): หยุดเล่นและรอเกมใหม่ โดยปกติจะทำเมื่อคุณได้รับไพ่ไม่ดีหรือไม่อยากวางเงินเดิมพันตามผู้เล่นอื่น คุณจะเสียเงินเดิมพันก่อนหน้านี้ (ถ้ามี)
  • การลงเงินเดิมพัน (Bet): คุณสามารถเดิมพันได้เมื่อไม่มีใครทำ ในขณะนั้นหากผู้เล่นคนอื่นต้องการเล่นต่อ อย่างน้อยพวกเขาต้องตามจำนวนเงินที่คุณเดิมพัน มิฉะนั้นพวกเขาสามารถทิ้งไพ่
  • การวางเดิมพันตาม (Call): ลงจำนวนเงินเท่ากับจำนวน bet/raise ของผู้เล่นคนก่อนเพื่อเล่นต่อ
  • การเพิ่มเงินเดิมพัน (Raise): เมื่อมีคนเดิมพันแล้วผู้เล่นคนต่อไปนอกจากจะเลือกวางเดิมพันตามหรือทิ้งไพ่แล้วก็ยังสามารถเดิมพันเพิ่มได้หรือที่เรียกว่าการเก นี่แสดงว่าพวกเขามีไพ่ที่แข็งแกร่งมาก
  • การเกหน้าตัก (All-in): เดิมพันหรือคอลจำนวนเงินทั้งหมดที่คุณมี หลังการเกเงินหมดหน้าตักแต่เกมยังคงดำเนินต่อไป คุณแค่นั่งดูจนเปิดหงายไพ่ขึ้น
  • ผ่าน (Check): เมื่อไม่มีใครเดิมพันคุณก็ไม่เดิมพัน แล้วรอดูการกระทำของคนต่อไป.

3. ขั้นตอนของการเล่นไพ่โป๊กเกอร์ที่สมบูรณ์

ในช่วงเริ่มต้นของเกมโป๊กเกอร์ ผู้เล่นสองคนทางด้านซ้ายของตำแหน่งเจ้ามือจะต้องวางเงินเดิมพันก่อน เรียกว่าเงินบลายด์ เงินเดิมพันของผู้เล่นคนแรกเรียกว่าสมอลบลายด์ – small blind ผู้เล่นคนต่อไปที่จะวางบิ๊กบลายด์ – big blind. Big blind จะต้องเป็น  2 เท่าของ small blind และเป็นจำนวนเงินเดิมพันขั้นต่ำในรอบการเดิมพันต่อไป เพราะผู้เล่นต้องเดิมพันก่อนที่พวกเขาจะรู้ว่าพวกเขากำลังจะถูกแจกไพ่อะไร การเดิมพันนี้จึงเรียกว่าเงินบลายด์

หลังจากวางเงินบลายด์แล้ว การแจกไพ่จะเริ่มขึ้น ผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับไพ่โฮล 2 ใบและเข้าสู่รอบการเดิมพัน 4 รอบดังต่อไปนี้

  • รอบที่ 1: Pre-flop

รอบการเดิมพันแรกจะเกิดขึ้นทันทีที่ผู้เล่นแต่ละคนรู้ว่าไพ่โฮลของพวกเขาคืออะไร ผู้เล่นคนต่อไปทางซ้ายของบิ๊กบลายด์จะต้องลงมือก่อน ผู้เล่นแต่ละคนสามารถเลือกที่จะทิ้งไพ่ วางเงินเดิมพันตาม เดิมพัน… เช่นนั้นผลัดกันเล่นรอบโต๊ะในทิศทางตามเข็มนาฬิกา

รอบการเดิมพันจะสิ้นสุดลงเมื่อเงินเดิมพันของทุกคนเท่ากัน เงินเดิมพันทั้งหมดรวมกันในที่เดียว (Pot) เกมจะเข้าสู่รอบต่อไป

  • รอบที่ 2: Flop

ในรอบนี้จะมีการเปิดไพ่กองกลาง 3 ใบแรก

รอบการเดิมพันเริ่มต้นด้วยผู้เล่นคนแรกที่ยังเล่นต่อที่อยู่ทางซ้ายมือของเจ้ามือเหมือนในรอบที่แล้ว แต่ผู้เล่นมีเพิ่มตัวเลือก ผ่าน (check) เพื่อส่งเทิร์นไปยังผู้เล่นคนต่อไปหากไม่มีใครเดิมพันมาก่อน

  • รอบที่ 3: Turn

ไพ่กองกลางใบที่สี่จะถูกเปิดหงายและผู้เล่นที่เหลือจะดำเนินรอบการเดิมพันใหม่ต่อเหมือนในรอบก่อนหน้า

  • รอบที่ 4: River

ไพ่กองกลางใบสุดท้ายถูกเปิดหงาย ซึ่งหมายความว่าผู้เล่นทุกคนรู้ว่าไพ่ในมือของพวกเขาแข็งแกร่งหรืออ่อนแอขนาดไหนแล้ว

ผู้เล่นที่เหลือจะทำการเดิมพันรอบสุดท้ายด้วยรูปแบบเดียวกับรอบที่แล้ว

หากสิ้นสุดรอบการเดิมพันนี้ จำนวนผู้เล่นที่เหลือมากกว่า 1 คน ผู้เล่นทุกคนจะเปิดไพ่ในมือ (Showdown) ผู้ที่มีไพ่ใหญ่ที่สุดตามลำดับ hand ranking chart จะเป็นผู้ชนะและได้รับเงินเดิมพันทั้งหมดของทุกคน (pot)

ตาสิ้นสุดลงและตำแหน่ง Dealer จะถูกโอนไปยังผู้เล่นคนต่อไปตามเข็มนาฬิกาเพื่อเริ่มตาใหม่

ลำดับไพ่ในโป๊กเกอร์

คุณจะรวมไพ่โฮล 2 ใบและไพ่ชุมชน 5 ใบเพื่อสร้างชุดไพ่ 5 ใบที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่สำคัญว่าคุณใช้ไพ่โฮลกี่ใบ คุณสามารถใช้ไพ่ทั้งสองใบ ไพ่ใบเดียว หรือแม้แต่ไม่ใช้ไพ่โฮลก็ได้

หลังจากรวมไพ่แล้ว คุณจะมีหนึ่งในชุดไพ่ด้านล่าง โปรดทราบว่าในโป๊กเกอร์ ดอกหรือสีของไพ่ไม่มีความหมายเลย เราไม่ได้พึ่งพาสิ่งนั้นเพื่อตัดสินความแข็งแกร่งของชุดไพ่ ไพ่ชุดเดียวกันแต่ดอกต่างกันก็มีค่าเท่ากัน

  • รอยัลฟลัช (Royal Flush): ยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อชุดมังกรหรือรอยัลสเตรทฟลัช นี่คือชุดไพ่ที่แข็งแกร่งที่สุดประกอบด้วยไพ่ 5 ใบ 10 J Q K A อยู่ในดอกเดียวกัน
  • สเตรทฟลัช (Straight Flush): ประกอบด้วยไพ่ 5 ใบเรียงกันและมีดอกเดียวกัน หากมีผู้เล่นทั้งสองที่มีสเตรทฟลัช ใครก็ที่มีไพ่สูงสุดจะเป็นผู้ชนะ
  • โฟร์การ์ด (Four of a kind): ประกอบด้วยไพ่ 4 ใบเหมือนกันและไพ่เดี่ยว 1 ใบ ในกรณีที่ทั้งสองคนมีโฟร์การ์ด ใครก็ตามที่มีโฟร์การ์ดที่ใหญ่กว่าจะเป็นผู้ชนะ หากพวกเขามีโฟร์การ์ดเดียวกัน (เนื่องจากโฟร์การ์ดอยู่ในไพ่กองกลาง 5 ใบ) ใครก็ตามที่มีไพ่เดี่ยวที่ใหญ่กว่าจะเป็นผู้ชนะ
  • ฟูลเฮ้าส์ (Full house): เป็นชุดไพ่ที่มี 1 ตอง กับ 1 คู่ เมื่อทั้งสองคนมีฟูลเฮ้าส์ ใครก็ตามที่มีตองใหญ่กว่าจะเป็นผู้ชนะ เมื่อทั้งสองมีตองเท่ากันก็ให้พิจารณาคู่ต่อ
  • ฟลัช (Flush): ประกอบด้วยไพ่ดอกเดียวกัน 5 ใบ แต่ไม่เรียงกัน ถ้าสองคนมีฟลัชเหมือนกัน ใครก็ตามที่มีไพ่แต้มใหญ่ที่สุดจะเป็นผู้ชนะ หากมีไพ่แต้มใหญ่ที่สุดเท่ากัน ก็ดูแต่มไพ่ใบที่ใหญ่ที่สองเป็นต้น.
  • สเตรท (Straight): คือไพ่ 5 ใบที่เรียงกันและไม่มีดอกเดียวกัน หากมีหลายคนที่มีสเตรท ใครที่มีไพ่แต้มสูงสุดจะเป็นผู้ชนะ
  • ตอง (Three of a kind): ชุดไพ่ที่มีไพ่สามใบที่เหมือนกัน ในกรณีที่สองคนมีตอง ใครก็ตามที่มีตองใหญ่กว่าจะเป็นฝ่ายชนะ หากเป็นตองเดียวกัน จะดูไพ่เดี่ยว 2 ใบที่เหลือ
  • 2 คู่ (Two Pair): ประกอบด้วย 2 คู่ที่แตกต่างกันและไพ่เดี่ยว 1 ใบ ในกรณีที่มีหลายคนมี 2 คู่ใครที่มีคู่ใหญ่สุดจะเป็นผู้ชนะ หากไม่สามารถวัดผลจากคู่ได้ให้ดูไพ่เดี่ยวที่เหลือ
  •  1 คู่ (Pair): ชุดไพ่ที่มีไพ่ 2 ใบมีแต้มเดียวกัน หากมีผู้เล่นหลายคนที่มี 1 คู่ แน่นอนว่าใครก็ตามที่มีคู่ที่ใหญ่ที่สุดจะเป็นผู้ชนะ จะดูไพ่ 3 ใบที่เหลือต่อในกรณีที่ผู้เล่นมีคู่เท่ากัน
  • ไพ่สูง  (High Card): เป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุดเมื่อชุดไพ่ของคุณมีเพียง 5 ใบที่สูงสุดในไพ่ 7 ใบ อีกทั้งไม่มีการเชื่อมต่อใดๆ ไม่เป็นคู่ ไม่เรียงกัน ไม่มีดอกเดียวกัน…. เมื่อหลายคนมีไพ่สูง ไพ่สูงสุดของแต่ละคนจะเป็นตัวตัดสิน ถ้ายังเหมือนกัน จะดูไพ่ใบต่อไป

>> ดูเพิ่มเติม: แนะนำวิธีเล่นบาคาร่าที่ W88

 บทส่งท้าย:

ข้างต้นเป็นคำแนะนำขั้นพื้นฐานและเข้าใจง่ายที่สุดเกี่ยวกับวิธีเล่นโป๊กเกอร์ กฎของโป๊กเกอร์สามารถพูดได้ค่อนข้างง่ายและเข้าใจง่าย ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการทำความเข้าใจและเล่นได้โป๊กเกอร์ อย่างไรก็ตาม การจะเป็น “มือโปร” ในโลกของโป๊กเกอร์นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คุณต้องมีความสามารถในการคิดที่เฉียบแหลมพร้อมกับประสบการณ์ที่สะสมมานานผ่านกระบวนการที่ยาวนานมาก คุณสามารถอ้างอิงถึงความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโป๊กเกอร์ผ่านชุดบทความเกี่ยวกับประสบการณ์การเดิมพันที่เจ้ามือรับแทง W88